18 July 2009

Class 17 July

วันสุดท้ายของการเรียนช่วง มิดเทอมแล้ว

เข้าเรียน อ.เฟรส ตรงเวลาด้วย

ภูมิใจอยู่อย่างนึงที่มีรายชื่อกลุ่ม และ รายงานการประชุมไปส่ง ฮ่า ๆ ^^

วันนี้เรียนเรื่อง ทฤษฎีการค้าระหว่างประเทศ แบ่งได้เป็น


Mercantilism

Absolute Advantage

Comparative Advantage

Heckscher-Ohlin

The Product Life Cycle

National Competitive Advantage




ที่เน้นๆ ก็เห็นจะเป็น ทฤษฎีความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบ หรือ Comparative Advantage Theory

ของ เดวิด ริคาร์โด ซึ่งได้แนวคิดมาจาก Absolute Advantage

ทฤษฎีนี้คือ ประเทศที่มีความได้เปรียบในสินค้าชนิดใดควรทำการผลิตสินค้านั้น และซื้อสินค้าที่ประเทศตนไม่มีความชำนาญ

โดยมีข้อจำกัดอยู่ว่า
-สมมติว่ามีประเทศคู่ค้า แค่2ประเทศบนโลก
-สมมติว่ามีสินค้าแค่ 2ชนิดบนโลก
-ไม่รวมการขนส่ง
-และไม่คิดถึงเงิน

อ. ยกตัวอย่างเกี่ยวกับ ประเทศไทยชำนาญการผลิตยางพารา และ ซาอุชำนาญการผลิตน้ำมัน

ไทยมีความชำนาญที่จะผลิตน้ำมันน้อยกว่าซาอุ แต่มีความชำนาญในการผลิตยางพารามากกว่า

ดังนั้นไทยนึงนำแรงงานไปผลิตยางพาราให้หมด และซื้อน้ำมันจากซาอุ เท่าที่ต้องการใช้ก็พอ

(ถ้าเรียนกับ อ.กู๊ด ก็จะเป็น ไทยปลูกปลา มาเลเลี้ยงข้าว เอ้ยยยย ไทยปลูกข้าว มาเลเลี้ยงปลา ^^)

ไม่ใช่ผมพูดผิดนะครับ อ.กู๊ด พูดผิดแบบนี้บ่อยจริงๆ อิอิ แซวๆ

11 July 2009

Class cancel

ขอให้ อาจารย์เฟรส หายป่วยไวๆนะครับ

จะได้กลับมาสอนไวๆ อยากเรียนใจจะขาด

ฮ่า ๆ ๆ ๆ

04 July 2009

in class 3 July

วันนี้แบบแสนจะเจ็บขาขวา อ่ะ

เมื่อสองวันก่อน เล่นซนไปหน่อยตกจากที่สูงขาไปฟาดเก้าอี้เข้าให้ เขียวกันเลยทีเดียว

ก็เดินกะเผกๆขึ้นไปเรียน ตกจัย !!!!! คิดว่ามาคนแรกของห้องอ่ะ ที่ไหนได้เค้าอยู่ลานร่วมใจกันหมด

ก็เดินไปดูงาน BUBUS Society ลงชื่อกับ IB ด้วย แล้วก็ MK ได้สมุด IBM มาหนึ่งเล่ม

พร้อมกับเขียนความในใจสลักไว้ที่ตัว IBM ใหญ่ๆ


ก็หลังจากนั้น เที่ยงครึ่งก็ไปเข้าเรียน วันนี้อาจารย์พูดถึง Creolization

หมายถึงการกลืนกินชาติอื่นด้วยวัฒนธรรมของชาติผู้รุกราน

การศึกษาในเรื่องของวัฒนธรรม ความเป็นชาติ ซึ่งต้องย้อนกลับไปว่า ภาษา ความเชื่อ ฐานคติ ประเพณีหรือข้อห้ามทางสังคมหนึ่งๆ เหล่านี้เป็นรากฐานที่มาของคำว่า Creolization ซึ่งหากจะแปลให้ตรงกับสมัยใหม่ ก็คือ การกลืนกินชาติอื่นด้วยวัฒนธรรมของชาติผู้รุกราน ปัจจุบันแนวคิดเรื่อง Creolization เริ่มรุนแรงมากขึ้น เพราะอเมริกาเริ่มคิดว่าการชนะด้วยสงครามเศรษฐกิจคงจะทำไม่ได้ง่ายนัก หากแต่ใช้ “สงครามวัฒนธรรม” (Cultural War) ก็จะสามารถชนะได้ในทุกภูมิภาคของโลกโดยการส่งสินค้าอเมริกันตามเข้าไปเมื่อกลืนวัฒนธรรมของชาตินั้นได้แล้ว เช่น การเปลี่ยนวิถีชีวิตหรือไลฟ์สไตล์ของคนให้ดื่มกาแฟตอนเช้า กินขนมปังไส้หมูหรือฮอทดอก เวลากระหายน้ำก็ดื่มน้ำอัดลมที่มีอยู่เพียง 2 ยี่ห้อที่จะทำให้เป็นคนรุ่นใหม่ หรือคนทันสมัย เสื้อผ้า กระเป๋า รถยนต์ สารพัดที่เป็นสไตล์อเมริกัน ซึ่งทั้งหมดนี้กำลังถูกขับเคลื่อนด้วยการตลาดย้อนยุค (Retro Marketing) ที่เราเห็นๆ กันอยู่ถ้าเรารู้และเข้าใจในสิ่งที่ชาติมหาอำนาจของโลกกำลังใช้วิธี “การกลืนชาติอื่นด้วยวัฒนธรรมของชาติมหาอำนาจ” เราคงต้องกลับมาย้อนหรือพิจารณาดูว่าประเทศไทยหรือชาติของเราจะมีวัฒนธรรมที่แข็งแกร่งและเพียงพอที่จะต่อต้านยุทธศาสตร์ระดับโลกของชาติมหาอำนาจที่เรารู้จักนี้ได้หรือไม่

อ้างอิง http://www.oknation.net/blog/print.php?id=16081

และยังมีงานให้ทำอีกด้วยในช่วงท้าย ให้คิดว่าเราจะทำอย่างไรให้ประเทศไทยกลืนกลินชาติอื่นได้ด้วยวัฒนธรรม กลุ่มของผมก็คิดเกี่ยวกับ เรื่องของการนำมวยไทยไปเปิดสอนในต่างชาติ และร้านอาหารไทยที่มีแต่เมนูของไทยแท้ๆ วัตถุดิบไทยแท้ๆ แหมแต่น่าเสียได้ ไม่ได้ออกไปพูดหน้าห้อง ฮ่าๆ
จริงๆแล้วเพื่อนกลุ่มอื่นๆก็คิดเหมือนกันๆหมดเลยน่ะ ดูแล้วก็ไม่เรื่อง มวย อาหาร ท่องเที่ยว ก็อะไรทำนองเดียวกันหมด


อาจารย์พูดถึงเรื่องภาษาด้วย
ภาษาที่มีคนพูดมากที่สุดก็คือ ภาษาจีนแมนดาริน รองลงมาเป็นภาษาอังกฤษ

ประชากรประมาณ 1/5 ของโลกพูดภาษาจีนแบบใดแบบหนึ่งเป็นภาษาแม่ ทำให้เป็นภาษาที่มีคนพูดเป็นภาษาแม่มากที่สุด สำเนียงพูดที่ถือเป็นมาตรฐาน คือ สำเนียงปักกิ่ง ซึ่งอยู่ในกลุ่มภาษาแมนดาริน ภาษาจีนกลาง หรือ ภาษาจีนแมนดาริน (Standard Mandarin) เป็นภาษาราชการของสาธารณรัฐประชาชนจีน และสาธารณรัฐจีนหรือไต้หวัน เป็นหนึ่งในภาษาราชการ 4 ภาษาราชการของประเทศสิงคโปร์ (ร่วมกับ ภาษาอังกฤษ ภาษามาเลย์ และภาษาทมิฬ) และเป็นหนึ่งใน 6 ภาษาที่ใช้ในองค์การสหประชาชาติ (ร่วมกับ ภาษาอังกฤษ ภาษาอาหรับ ภาษาฝรั่งเศส ภาษารัสเซีย และภาษาสเปน) ภาษาจีนกวางตุ้ง เป็นภาษาราชการของ ฮ่องกง (ร่วมกับภาษาอังกฤษ) และมาเก๊า (ร่วมกับภาษาโปรตุเกส)
นอกจากนี้ ภาษาเขียนยังได้เปลี่ยนแปลงตามระยะเวลา แต่การเปลี่ยนแปลงของภาษาเขียน ช้ากว่าการเปลี่ยนแปลงของภาษาพูดอย่างมาก จึงไม่ถูกจำกัดโดยความเปลี่ยนแปลงของภาษาพูดโดยส่วนใหญ่ ในปัจจุบัน ภาษาจีนใช้อักษรมาตรฐาน 2 รูปแบบทั่วโลก ได้แก่ อักษรจีนตัวเต็ม และ อักษรจีนตัวย่อ

อ้างอิงจาก http://th.wikipedia.org/wiki/


เรื่องของชนชั้นทางสังคม
ก็มีแบบ blue bloods คือเกิดในระบบพระมหากษัตริย์ เกิดมาก็มีคนนับถืออยู่แล้ว
และ แบบ เกิดจากการแสวงหาเอง คือ คนธรรมดา ทำงานให้ประสบความสำเร็จจนเป็นที่ยอมรับ


ปล.ครั้งที่แล้วที่ไม่ได้อัพบล็อก เพราะผมไม่ได้เข้าเรียนนะครับ พอดีมีไปแข่งกีฬา ก็เลยพลาดไป 1 ที ฮ่า ๆ

19 June 2009

คำถาม (ทำช้าไปไหม) - -"

-ทำไมธุรกิจถึงต้องให้ความสนใจในโลกาภิวัตน์ ?
= กระบวนการโลกาภิวัฒน์ทำให้เกิดโอกาสการค้ามากขึ้น ทำให้นักธุรกิจต้องตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาและต้องมีความสามารถในการบริหารจัดการมากขึ้น
เพราะในปัจจุบัน มีผู้ซื้อเพิ่มมากขึ้นเนื่องจาก การเข้าถึงและทำความเข้าใจกับสินค้า มีความง่ายขึ้น ทำให้เกิดการเล็งเห็นในโอกาสทางธุรกิจ
ทำให้มีผู้ประกอบการเพิ่มมากขึ้น เกิดการแข่งขันกันในหลายๆด้าน


-ธุรกิจข้ามชาติ มีความสำคัญอย่างไร ?
= ทำให้ประชาชนทั่วโลก เกิดการแลกเปลี่ยนสินค้ากันระหว่างประเทศอย่างไร้พรมแดน มีการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยี และแรงงานในประเทศ
เป็นช่องทางการทำกำไรทางการค้าเพิ่มมากขึ้น ของผู้ที่ทำธุรกิจในประเทศเพียงอย่างเดียว


-ประเทศไหน ที่มีการจัดอันดับว่า มีความเป็นโลกาภิวัตน์มากที่สุดในโลก ?
= ดังในรายละเอียดใน “Dreher, Gaston and Martens (2008)”
ประเทศที่เป็นโลกาภิวัตน์มากที่สุดในโลกได้แก่ เบลเยียม ออสเตรีย สวีเดน สหราชอาณาจักรและเนเธอร์แลนด์
ประเทศที่เป็นโลกาภิวัตน์น้อยที่สุด ได้แก่ไฮติ เมียนมาร์ สาธารณรัฐแอฟริกากลาง และบูรุดี
และจากอีกแหล่งหนึ่งบอกว่า สิงคโปร์ สาธารรัฐไอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ สหรัฐฯ
เนเธอร์แลนด์ แคนาดา และเดนมาร์กเป็นประเทศที่เป็นโลกาภิวัตน์มากที่สุด อียิปต์ อินโดนีเซีย อินเดียและอิหร่านเป็นโลกาภิวัตน์น้อยที่สุด


แหล่งอ้างอิง
http://www.gotomanager.com
http://gotoknow.org
http://th.wikipedia.org

และที่สำคัญ อ่านแล้วสรุปจาก Blog ปาล์มอีกที http://djpalmerz.blogspot.com ฮ่า ๆ

IBM

วันนี้ เกือบลืมด้วย ว่ามีปฐมนิเทศ -*-

ขับรถอยู่กำลังจะเข้ามหาลัย อุ๊โทรบอกว่า ปฐมนิเทศที่ตึก 13 นะ ทันใดนั้นเอง ลืมสนิทเลย

ถ้าไม่โทรบอก คงเดินไปห้องเรียนแหล่ะ 55555

มีการแนะนำอาจารย์ในภาคให้รู้จัก แล้วก็ รุ่นพี่ ตั้งแต่ รุ่น1 รุ่น2 รุ่น3

ตอนแรกแอบงงว่าทำไมอาจารย์น้อยจัง นั่งคิดไปคิดมา ก็เรียนแค่ ไม่ถึงร้อยคน วิชาหลักๆก็ไม่กี่วิชา ก็คงพอดีแหละมั้ง


พี่รุ่น3 ก็ดูตลกๆดี ไม่เหมือนพี่รุ่น1กับรุ่น2 เค้าจะดูโตเป็นผู้ใหญ่กันหน่อย หรือเค้าไม่มีเพื่อนฮา เลยไม่แสดงออก ฮ่าๆๆ

ได้พี่รหัสมาด้วยวันนี้ แหมแอบซ่อนชื่อไว้ใต้โต๊ะ แต่รู้ทัน ฮ่าๆ

ได้พี่ทัศ นั่งคุยกับพี่เค้าซักพัก แต่แอบสงสัยว่า พี่เค้าขายประกันจริงป่าว เพราะเพื่อนพี่เค้าเรียกกันว่าพี่ขายประกัน

ถ้าเป็นจริงสงสัยผมก็คงต้องเป็นลูกค้ารายนึงของพี่แกแน่ๆ ฮ่า ๆ ๆๆ

พี่เค้าบอกให้ผมเรียนอัพๆหน่อย ให้ถึง 3.00 จะได้สบายเวลาทำงานหรือเรียนต่อ ผมก็ใกล้ละ ตอนนี้ 2.86

เทอมนี้ก็ A ของ อ.เฟรส กับ อ.กู๊ด ฮ่า ๆ ๆ (ผมจะตั้งใจเรียนสุดๆเลยเนี่ย ฮ่า ๆ)

ว่าแล้วก็คุยซะหน่อยน่ะ ซัมเมอร์ที่ผ่านมา ผมเรียน 3 ตัว ได้ 4.00 นะครับ ฮ่า ๆ ๆ ผมเรียนกับ อ.นิ้น ด้วย อ.เฟรสรู้จักกันป่ะครับ?

คือผมเนี่ย เป็นลูกศิษ์ของอ.นิ้นมา 2 วิชาแล่ะ เพราะผมเป็นนักกีฬายิงปืนรุ่นน้องของ อ.นิ้น ฮ่า ๆ

แต่ อ.เฟรส ครับ ผมไม่ได้พกปืนไปเรียนนะครับ บางทีอาจมีติดรถไว้บ้างเผื่อไปซ้อมต่อ ฮ่า ๆ ๆ (ส่วนมาก ไม่มีครับ ขู่ไว้ก่อน)



อ่าวนอกเรื่องมายาวววววววว
อ้อ แล้วผมก็ได้อยู่สีชมพู ด้วย ไม่รู้จะมีอะไรให้เล่นต่อไป ว่าจะไปซ้อมท่าแจวเรือไว้ก่อน ฮ่า ๆ



วันนี้ขอไปพักผ่อนก่อนนะครับ พรุ่งนี้มีแข่งยิงปืน เดี๋ยวผมจะเอาผลแข่งมาให้ อ.เฟรสดู ^^

18 June 2009

กินๆ

วันนี้ไปกินไดโดม่อน มา buffet หัวเหม็นควันมาก

อิ่มมากด้วยเช่นกันน ^^

กำลังจะไปนอนตีพุงแล้ว 55555


ไปท่องเทียว Blog ของเพื่อนๆมา ทำไมดูเป็นการเป็นงานกว่าของผมกันเยอะเลย

เออยังไม่ได้ทำ คำถาม? เลยอ่ะ

เดี๋ยวพรุ่งนี้มาทำ ยังทันอยู่มั้ย ฮ่าๆๆ

วันนี้ไปนอนก่อนดีกว่า

12 June 2009

วันไม่ดีเท่าไหร่

แหม วันนี้ผมก็ดีใจจะได้เรียนวิชา อาจารย์เฟรส

รีบไปเรียนซะ กะเวลาไว้ไม่ให้สายเลยนะเนี่ย

แต่ดันโชคร้านซะได้ เจอ ด่านคุณตำรวจ

คุณน้าแกหาว่าผมขับเร็วเกิ๊น ด้วยความเร็ว 114 กม./ชม.

ตามกฎหมายให้ผมขับ 90 เพราะเป็นถนนชนบท ฮ่า ๆ ๆ

ผมก็เลยให้คุณน้าแกเขียนใบสั่งมา เพราะไม่มีเงินจ่าย 400 บาท

++สรุปผมเสียเวลากับน้าแก 20นาที เข้าสายจนได้ ที่กล่าวมาก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องเรียนนี่



เข้าเรื่องดีกว่า วันนี้อาจารย์ก็ยังไม่สอนอะไรมากนิ หรือว่าสอนแต่ผมไม่ฟัง
ฟังแต่ มุขขำๆ


**ผมหาคำอธิบายของคำว่า Interactive learning มาเพิ่มเติมได้ว่า
ก็คือเป็นการเรียนการสอบในลักษณะสองทาง ทั้งระหว่างผู้เรียนและผู้เรียน และระหว่างผู้เรียนกับผู้สอน
และเป็นการศึกษาที่ผู้เรียนควบคุมสิ่งที่จะเกิดขึ้นในการเรียนการสอนนั้นด้วยตนเอง

** วิชา IB321
มีหัวข้อศึกษาหลักๆดังนี้
- Globalization
-International Business
-Environments
-Strategies
-Operation


**ที่ว่าเมืองไทยไม่เคยเป็นเมืองขึ้นนั้น คือไม่เคยเป็นเมืองขึ้นพวกยุโรป
แต่จริงๆแล้วเมืองไทยเคยตกเป็นเมืองขึ้นของ ขอม มาก่อน - -" (ทำไมงั้นอ่ะ)

05 June 2009

Photobucket

First in Blog

Hi , I am Sunkies !!

My e-mail
- sunkies@hotmail.com
- ohmysunkies@gmail.com

My Hi5
- http://sunsecret.hi5.com